Sandworm Lazarus แฟ้มคดี / CASE-028

CASE-028แฟ้มภาคสนามไม่ต้องมีพื้นฐานคริปโต

คริปโต กระเป๋าเงินดิจิทัล & แก๊งหลอกลงทุน

Crypto, Wallets & Investment Scams

เงินดิจิทัลที่ไม่มีธนาคารคอยดูแล ฟังดูอิสระ แต่ก็แปลว่าถ้าพลาดแล้ว ไม่มีใครกดยกเลิกให้ได้ บทนี้จะพาไปรู้จักคริปโตแบบภาษาคน เปิดแฟ้มวิธีทำงานของแก๊งหลอกรักหลอกลงทุนจากมุมของเหยื่อ และบอกทางรอดสำหรับคนที่เพิ่งรู้ตัวว่าโอนไปแล้ว

เขียนและวาดภาพโดย Sandworm เวลาอ่าน ประมาณ 25 นาที ภาพอธิบาย 5 ภาพ อ่านจบแล้วจะ ดูออกว่าข้อเสนอลงทุนไหนคือกับดัก และรู้ว่าต้องทำอะไรเมื่อโดนแล้ว

สีในภาพประกอบของแฟ้มนี้: แดง ผู้โจมตีเหลือง จุดเสี่ยงเขียว การป้องกันฟ้า ข้อมูลของเรา

01คริปโตแบบภาษาคน Crypto in plain Thai

สามทุ่มคืนวันอังคาร ไลน์ของพี่สาวคนหนึ่งเด้งขึ้นมาจากเบอร์ที่ไม่รู้จัก “สวัสดีค่ะคุณหมอ พรุ่งนี้นัดตรวจกี่โมงนะคะ” เธอตอบไปอย่างมีน้ำใจว่า “ทักผิดคนแล้วค่ะ” อีกฝ่ายขอโทษอย่างสุภาพ ชวนคุยต่ออีกนิด แล้วเรื่องทั้งหมดก็เริ่มต้นจากตรงนั้น

สามเดือนต่อมา เธอโอนเงินเก็บทั้งหมดเข้า “แพลตฟอร์มเทรดคริปโต” ที่เพื่อนใหม่แนะนำ ตัวเลขในแอปบอกว่ากำไรงาม แต่พอกดถอน ระบบกลับแจ้งว่าต้องจ่าย “ภาษี” ก่อน เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นทุกวันทั้งในไทยและทั่วโลก และมันได้ผลเพราะเหยื่อส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าคริปโตทำงานอย่างไร ก็เลยแยกไม่ออกว่าอะไรจริง อะไรเป็นฉากที่ถูกจัดขึ้น

ก่อนจะไปถึงกลโกง เรามาทำความรู้จักของจริงกันก่อน คริปโทเคอร์เรนซี (cryptocurrency) หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่าคริปโต คือเงินดิจิทัลที่ไม่มีธนาคารกลางหรือบริษัทใดเป็นเจ้าของบัญชี แทนที่จะมีธนาคารคอยจดว่าใครมีเงินเท่าไร ก็ใช้ “สมุดบัญชีกลาง” ที่คอมพิวเตอร์นับพันเครื่องทั่วโลกถือสำเนาเหมือนกัน แล้วช่วยกันตรวจทุกรายการ

ลองนึกถึงสมุดจดเงินกองกลางของห้องเรียน ถ้ามีเหรัญญิกคนเดียวถือสมุด เขาจะแก้ตัวเลขยังไงก็ได้ แต่ถ้าทุกคนในห้องมีสมุดเหมือนกันทุกเล่ม และจะจดรายการใหม่ได้ก็ต่อเมื่อคนส่วนใหญ่ตรวจแล้วว่าถูก การโกงตัวเลขจะยากมาก นี่คือหัวใจของ บล็อกเชน (blockchain)

ศัพท์น่ารู้: บล็อกเชน (Blockchain)
สมุดบัญชีดิจิทัลที่บันทึกรายการเป็น “บล็อก” ต่อกันเป็นสายยาว แต่ละบล็อกผูกกับบล็อกก่อนหน้าด้วยการคำนวณทางคณิตศาสตร์ ถ้าใครแอบแก้บล็อกเก่า สายทั้งเส้นจะไม่ตรงกับสำเนาของคนอื่นทันที รายการที่ลงไปแล้วจึงแทบลบหรือแก้ไม่ได้

ความ “แก้ไม่ได้” นี้คือจุดแข็งของคริปโต และเป็นจุดอ่อนของเราไปพร้อมกัน เพราะมันหมายความว่า ถ้าเราโอนผิด หรือถูกหลอกให้โอน ก็ไม่มีปุ่มยกเลิก ไม่มีธนาคารให้โทรไปอายัด ไม่มีศาลไหนสั่งแก้สมุดที่อยู่ในเครื่องนับพันเครื่องได้ แก๊งมิจฉาชีพรู้ข้อนี้ดี ถึงชอบให้เหยื่อจ่ายเป็นคริปโต

บทนี้ไม่ได้บอกว่าคริปโตเป็นของเลว และไม่ได้แนะนำให้ซื้อหรือขายเหรียญไหน เป้าหมายมีข้อเดียว คือให้เราเข้าใจพอจะ ไม่ตกเป็นเหยื่อ และช่วยคนในบ้านได้ทันเวลา

02กระเป๋า กุญแจ และวลีกู้คืน Wallets, keys & seed phrase

คำว่า “กระเป๋าเงินดิจิทัล” (wallet) ชวนให้เข้าใจผิดนิดหน่อย เพราะเหรียญไม่ได้อยู่ในแอปบนมือถือเรา เหรียญทุกเหรียญอยู่บนบล็อกเชนเสมอ สิ่งที่กระเป๋าเก็บไว้จริง ๆ คือ กุญแจ ที่พิสูจน์ว่าเรามีสิทธิ์สั่งย้ายเหรียญก้อนนั้น

เทียบกับตู้จดหมายหน้าบ้าน ทุกคนเห็นตู้ และหย่อนจดหมายใส่ได้ นั่นคือ ที่อยู่กระเป๋า (address) ที่เราบอกคนอื่นได้ แต่จะเปิดตู้หยิบของออกมา ต้องมีลูกกุญแจ นั่นคือ กุญแจส่วนตัว (private key) และเหนือขึ้นไปอีกชั้น ยังมี “แม่กุญแจ” ที่ใช้ปั๊มลูกกุญแจทุกดอกขึ้นมาใหม่ได้ เรียกว่า วลีกู้คืน (seed phrase)

FIG 01สามชั้นของกระเป๋าคริปโต: อะไรบอกได้ อะไรห้ามบอก

บันทึกเป็นภาพ
วลีกู้คืนสร้างกุญแจได้ กุญแจสร้างที่อยู่ได้ แต่ย้อนทางกลับไม่ได้ ใครถือวลีกู้คืนก็เท่ากับถือกระเป๋าทั้งใบ ไม่ว่าแอปจะลงไว้ในเครื่องใคร
อ่านภาพนี้เป็นข้อความ
  1. วลีกู้คืน (seed phrase) 12–24 คำ: กุญแจแม่ ใครได้ไปก็สร้างกระเป๋าเราขึ้นใหม่บนเครื่องไหนก็ได้ ห้ามบอกใคร
  2. กุญแจส่วนตัว (private key): ใช้เซ็นอนุญาตการโอนทุกครั้ง ห้ามบอกใคร
  3. ที่อยู่กระเป๋า (address): เหมือนเลขบัญชี บอกคนอื่นได้เพื่อรับเงิน คนเห็นแค่ยอดและประวัติ เอาเงินออกไม่ได้
  4. ลูกศรไปทางเดียว: คำนวณจากบนลงล่างได้ แต่ย้อนจากที่อยู่ไปหากุญแจไม่ได้
  5. โอนแล้วย้อนกลับไม่ได้ ไม่มีธนาคารกลาง ไม่มีปุ่มยกเลิก ใครถือกุญแจ ระบบถือว่าคนนั้นคือเจ้าของ

วลีกู้คืนคือคำภาษาอังกฤษธรรมดา 12 หรือ 24 คำที่แอปกระเป๋าให้จดไว้ตอนสร้างกระเป๋าครั้งแรก ฟังดูไม่มีพิษภัย แต่มันคือของมีค่าที่สุดในโลกคริปโตของเรา เพราะใครก็ตามที่รู้ครบทุกคำตามลำดับ จะลงแอปกระเป๋าในมือถือตัวเอง พิมพ์คำเหล่านั้นลงไป แล้วกลายเป็นเจ้าของเหรียญทั้งหมดของเราภายในไม่กี่วินาที

มิจฉาชีพจึงพยายามทุกทางให้เราพิมพ์วลีนี้ลงไป ทั้งหน้าเว็บ “ยืนยันกระเป๋า” ปลอม แอดมินปลอมในกลุ่มแชตที่บอกว่า “ส่งวลีมาเดี๋ยวช่วยแก้บั๊กให้” หรือแอปกระเป๋าปลอมที่ถามวลีตั้งแต่หน้าแรก กฎข้อนี้จึงต้องจำให้ขึ้นใจ

ความเชื่อ

“เจ้าหน้าที่ของแอปกระเป๋าขอวลีกู้คืนเพื่อช่วยกู้บัญชีให้ ก็ต้องให้สิ”

ความจริง

ไม่มีบริการของจริงที่ไหนต้องรู้วลีกู้คืนของเรา ใครขอ คนนั้นคือคนร้าย 100% จดวลีลงกระดาษเก็บในที่ปลอดภัย ห้ามถ่ายรูป ห้ามเก็บในแชตหรือโน้ตบนคลาวด์ ห้ามพิมพ์ลงเว็บใด ๆ

ในทางปฏิบัติ คนส่วนใหญ่ไม่ได้ถือกุญแจเอง แต่ซื้อขายผ่าน ศูนย์ซื้อขาย (exchange) ซึ่งถือกุญแจแทนเรา เหมือนฝากเงินไว้กับธนาคาร มีล็อกอิน มีรหัสผ่าน และลืมรหัสก็ขอกู้ได้ ส่วนกระเป๋าที่เราถือกุญแจเอง ให้อิสระเต็มที่ แต่ก็ไม่มีใครช่วยถ้าเราทำกุญแจหายหรือเผลอเซ็นอนุญาตผิด

ศัพท์น่ารู้: Custodial กับ Self-custody
Custodial คือให้ผู้ให้บริการถือกุญแจแทน (เช่นบัญชีในศูนย์ซื้อขาย) ข้อดีคือกู้บัญชีได้ ข้อเสียคือต้องไว้ใจผู้ให้บริการ ซึ่งควรเป็นรายที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น Self-custody คือถือกุญแจเอง ไม่มีใครอายัดเงินเราได้ แต่ก็ไม่มีใครกู้คืนให้ได้เช่นกัน

ข้อสรุปของส่วนนี้สั้นมาก: ที่อยู่บอกได้ กุญแจกับวลีกู้คืนห้ามบอก และโอนแล้วถือว่าจบ ทุกกลโกงที่เราจะเจอต่อจากนี้ ล้วนพยายามทำให้เราลืมข้อใดข้อหนึ่งในสามข้อนี้

03วงจรหลอกรักหลอกลงทุน The “pig-butchering” playbook

ในวงการต่อต้านการฉ้อโกง มีชื่อเรียกกลโกงแบบเรื่องเปิดบทว่า “ขุนหมูก่อนเชือด” (pig-butchering) ชื่อฟังโหดร้าย แต่สะท้อนวิธีคิดของแก๊งตรงตัว คือเลี้ยงความสัมพันธ์ให้อ้วนก่อน แล้วค่อยรีดเงินจนหมดตัว ในไทยเรามักเรียกรวม ๆ ว่า “แก๊งหลอกรักหลอกลงทุน” หรือ “โรแมนซ์สแกม”

สิ่งที่ทำให้มันอันตรายกว่าการหลอกแบบคอลเซ็นเตอร์ทั่วไป คือ ความใจเย็น แก๊งไม่รีบ ยอมคุยทุกวันเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน จนเหยื่อมองอีกฝ่ายเป็นเพื่อนสนิทหรือคนรัก พอถึงวันที่เรื่องเงินโผล่ขึ้นมา มันก็ไม่ได้รู้สึกเหมือนถูกขอเงิน แต่รู้สึกเหมือน “คนที่หวังดีชวนไปรวยด้วยกัน”

FIG 02ห้าขั้นของแก๊งหลอกรักหลอกลงทุน และจุดที่เราตัดวงจรได้

บันทึกเป็นภาพ
ยิ่งไปทางขวา ยิ่งเสียหายมาก แต่ทุกขั้นมีทางออก แถบสีเขียวคือสิ่งที่เราทำได้ ณ ขั้นนั้น ยิ่งตัดเร็ว ยิ่งเสียน้อย
อ่านภาพนี้เป็นข้อความ
  1. ทักผิดคน / แมตช์ในแอปหาคู่: ข้อความ “ขอโทษ ทักผิด” หรือโปรไฟล์หน้าตาดี แล้วชวนย้ายไปแอปแชตอื่น ตัดวงจร: ไม่ตอบต่อ ไม่ย้ายแอปตามคนแปลกหน้า
  2. ผูกใจ: คุยทุกวัน อวดชีวิตดี แต่เลี่ยงวิดีโอคอลและการเจอตัว ตัดวงจร: ขอวิดีโอคอลสด ค้นรูปโปรไฟล์ย้อนหลัง
  3. ป้อนกำไรปลอม: ส่งลิงก์แอปลงทุน “วงใน” ให้ลองลงน้อย ๆ กำไรพุ่ง ถอนก้อนเล็กได้จริง ตัดวงจร: เช็กชื่อแพลตฟอร์มกับ ก.ล.ต. ก่อนโอน
  4. ถอนไม่ได้ ต้องจ่ายก่อน: พอลงก้อนใหญ่แล้วจะถอน กลับเจอภาษี ค่าธรรมเนียม ค่าปลดล็อก ตัดวงจร: หยุดจ่ายทันที
  5. หายตัว: บล็อกแชต แอปปิด หรือข่มขู่ แล้วอาจมีทีมกู้เงินปลอมทักมา ตัดวงจร: เก็บหลักฐาน โทรธนาคาร แจ้งความ

ขั้นที่ 1 การทัก มาได้หลายหน้า ข้อความทักผิดคนในไลน์หรือ SMS แมตช์ในแอปหาคู่ คนแปลกหน้าในกลุ่มเฟซบุ๊กที่สนใจเรื่องเดียวกับเรา หรือ “เพื่อนเก่า” ที่เราจำไม่ได้ จุดร่วมคือ ไม่นานเขาจะขอย้ายไปคุยในแอปแชตส่วนตัว ที่ไกลจากระบบรายงานของแพลตฟอร์มเดิม

ขั้นที่ 2 การผูกใจ คือส่วนที่ใช้เวลานานที่สุด โปรไฟล์มักดูดีเกินจริง มีอาชีพมั่นคง ชอบโพสต์รูปไวน์ รถหรู ทริปต่างประเทศ ทักทายทุกเช้า ใส่ใจเรื่องเล็ก ๆ ในชีวิตเรา แต่ทุกครั้งที่ขอวิดีโอคอล จะมีข้ออ้างเสมอ กล้องเสีย สัญญาณไม่ดี ติดประชุม หรือยอมคอลแค่ไม่กี่วินาทีในที่มืด ๆ ซึ่งยุคนี้ต้องระวังวิดีโอที่สร้างด้วย AI ด้วย

ขั้นที่ 3 การป้อนกำไร เริ่มอย่างแนบเนียน เขาไม่ได้ขอเงิน แต่ “เล่าให้ฟัง” ว่ามีลุงหรือเพื่อนที่รู้จังหวะตลาด ส่งภาพหน้าจอกำไรมาให้ดู แล้วค่อย ๆ ชวนให้ลองลงน้อย ๆ ในแอปหรือเว็บที่เขาส่งลิงก์มาให้ ช่วงนี้เหยื่อมักถอนเงินก้อนเล็กออกมาได้จริง และนั่นคือเหยื่อล่อชิ้นสำคัญที่สุด

ขั้นที่ 4 การเชือด เมื่อเหยื่อมั่นใจจนลงก้อนใหญ่ บางคนถึงขั้นกู้เงินหรือชวนญาติ ตัวเลขในแอปจะสวยที่สุด แล้วทุกอย่างก็เปลี่ยน พอจะถอน ระบบแจ้งว่าต้องจ่าย “ภาษีกำไร” “ค่าธรรมเนียมถอน” หรือ “ค่ายืนยันตัวตน” ก่อน จ่ายแล้วก็มีค่าใหม่ตามมาอีก ส่วนคนรักในแชตก็กดดันว่า “จ่ายอีกนิดเดียว เงินก้อนใหญ่จะได้ไม่หาย”

ขั้นที่ 5 การหายตัว เมื่อรีดได้ไม่มากกว่านี้ แอปจะปิด บัญชีถูกระงับ คนในแชตบล็อกเรา หรือบางรายหันมาข่มขู่ ที่ร้ายกว่านั้น หลายครั้งเหยื่อจะได้รับข้อความจาก “ทนาย” หรือ “ทีมกู้เงินคริปโต” ที่อ้างว่าตามเงินคืนได้ ขอแค่จ่ายค่าดำเนินการก่อน ซึ่งก็คือแก๊งเดิมหรือแก๊งใหม่ที่ซื้อรายชื่อเหยื่อต่อกันมา (เราจะคุยเรื่องนี้ในหัวข้อ 09)

ศัพท์น่ารู้: วิศวกรรมสังคม (Social engineering)
การหลอกคนแทนการเจาะระบบ แก๊งกลุ่มนี้ไม่ต้องแฮกอะไรเลย เพราะเหยื่อเป็นคนกดโอนเอง เครื่องมือของเขาคือความเหงา ความหวัง ความเกรงใจ และความกลัวพลาดโอกาส (FOMO) ป้องกันได้ด้วยนิสัย “หยุดแล้วเช็ก” มากกว่าโปรแกรมใด ๆ

ลองสังเกตว่าแต่ละขั้นมีแถบสีเขียวในภาพ นั่นคือข่าวดี เพราะเราไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญคริปโตเพื่อรอด แค่มีกฎง่าย ๆ ข้อเดียวว่า คนที่รู้จักกันทางออนไลน์และยังไม่เคยเจอตัว ถ้าเริ่มพูดเรื่องลงทุน ให้ถือว่าเป็นสัญญาณอันตรายทันที ไม่ว่าจะคุยกันมานานแค่ไหน

04แอปลงทุนปลอม กำไรปลอม Fake exchanges & apps

ส่วนที่คนส่วนใหญ่นึกไม่ถึงคือ แอปหรือเว็บเทรดที่เหยื่อใช้ ไม่ได้เชื่อมกับตลาดจริงเลย หน้าจอมีกราฟวิ่ง มีราคาเหรียญเปลี่ยนตลอด มีแชตฝ่ายบริการลูกค้าที่ตอบไว ดูเป็นมืออาชีพทุกอย่าง แต่ตัวเลขกำไรในบัญชีของเราเป็นแค่ข้อความที่แก๊งพิมพ์ลงฐานข้อมูลของตัวเอง เหมือนป้ายคะแนนในเกมที่เจ้าของเกมจะตั้งเป็นเลขอะไรก็ได้

FIG 03สิ่งที่เหยื่อเห็นบนจอ กับเส้นทางที่เงินไปจริง

บันทึกเป็นภาพ
ลูกศรเส้นทึบสีแดงคือเงินจริงที่ออกจากกระเป๋าเหยื่อ ลูกศรเส้นประสีเหลืองคือสิ่งที่แอปปลอมแสดงให้เห็น ซึ่งเป็นแค่ตัวเลขบนจอ
อ่านภาพนี้เป็นข้อความ
  1. เหยื่อฝากเงินก้อนแรก เงินจริงไหลเข้าบัญชีม้าหรือกระเป๋าคริปโตของแก๊งทันที
  2. แอปปลอมแสดงยอดกำไรเพิ่มขึ้นทุกวัน ซึ่งเป็นแค่ตัวเลขที่แก๊งพิมพ์เอง
  3. แก๊งยอมให้ถอนก้อนเล็กได้จริง เพื่อสร้างความเชื่อใจ
  4. เหยื่อลงเพิ่มก้อนใหญ่ บางคนกู้เงินหรือชวนญาติ
  5. แอปแจ้งว่าถอนไม่ได้ ต้องจ่ายภาษีหรือค่าธรรมเนียมก่อน
  6. เหยื่อจ่ายค่าปลดล็อก แล้วก็มีค่าใหม่ตามมาไม่จบ
  7. สุดท้ายบัญชีถูกระงับหรือแอปหายไป แก๊งปิดบัญชีม้าแล้วหายตัว

ในภาพนี้ไม่มีตลาดจริงอยู่เลย เงินของเหยื่อไม่เคยถูกนำไปซื้ออะไร

แล้วแอปพวกนี้มาจากไหน ส่วนมากไม่ได้อยู่ในร้านค้าแอปทางการ แต่มาเป็นลิงก์ให้กดดาวน์โหลดเอง เป็นเว็บที่ทำหน้าตาเลียนแบบศูนย์ซื้อขายดัง ใช้ชื่อโดเมนคล้ายของจริงแค่ต่างกันหนึ่งตัวอักษร หรือบางทีก็แอบหลุดเข้าไปในร้านค้าแอปได้ชั่วคราวในคราบแอปอื่น ก่อนถูกถอดออก ความ “ดูเป็นมืออาชีพ” จึงพิสูจน์อะไรไม่ได้เลย เพราะการทำหน้าเว็บสวย ๆ ทุกวันนี้ราคาถูกมาก

อีกจุดที่ควรสังเกตคือ ช่องทางฝากเงิน หลายครั้งแอปให้โอนเงินบาทเข้าบัญชีธนาคารของบุคคลธรรมดาที่ชื่อไม่ตรงกับบริษัทใดเลย หรือให้ซื้อเหรียญจากที่อื่นแล้วส่งเข้าที่อยู่กระเป๋าที่ “ฝ่ายบริการ” ส่งมาในแชต ศูนย์ซื้อขายที่ได้รับอนุญาตในไทยจะรับเงินผ่านบัญชีในนามบริษัทตัวเองเท่านั้น

ศัพท์น่ารู้: บัญชีม้า
บัญชีธนาคารหรือกระเป๋าคริปโตที่เปิดในชื่อคนอื่น แล้วแก๊งเอาไปใช้รับและโอนเงินต่อเป็นทอด ๆ เพื่อให้ตามรอยยาก เจ้าของบัญชีบางคนถูกหลอก บางคนรับจ้างเปิดเพราะคิดว่าเป็นงานง่าย ๆ แต่การให้คนอื่นใช้บัญชีของเราเพื่อการนี้มีความผิดตามกฎหมายไทย อย่ารับจ้างเปิดบัญชีหรือให้ยืมบัญชีเด็ดขาด

ข้อสังเกตที่ทรงพลังที่สุดคือเรื่อง “ค่าธรรมเนียมก่อนถอน” ในโลกการเงินจริง ถ้ามีค่าธรรมเนียมหรือภาษี ระบบจะหักจากยอดที่ถอน ไม่มีที่ไหนสั่งให้เราโอนเงินใหม่เข้าไปก่อนเพื่อปลดล็อกเงินของตัวเอง ทันทีที่เจอเงื่อนไขแบบนี้ ให้รู้ไว้เลยว่า เงินที่เห็นบนจอนั้นไม่มีอยู่จริง และทุกบาทที่จ่ายเพิ่มคือเงินที่เสียเพิ่ม

ความเชื่อ

“เราถอนเงินออกมาได้จริงตั้งหลายรอบ แปลว่าแพลตฟอร์มนี้ไม่ใช่ของปลอม”

ความจริง

การยอมให้ถอนก้อนเล็กคือการลงทุนของแก๊ง เขายอมเสียเงินไม่กี่พันเพื่อแลกความเชื่อใจที่จะทำให้เราโอนก้อนใหญ่ ความถอนได้ในช่วงแรกจึงพิสูจน์อะไรไม่ได้ ต้องเช็กใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับเท่านั้น

05แอร์ดรอปปลอม ลิงก์ดูดเงิน และการอนุมัติสิทธิ์ Fake airdrops, drainers & approvals

กลโกงกลุ่มนี้เล็งคนที่ถือกุญแจเอง โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่เริ่มเล่นเกมบล็อกเชน สะสม NFT หรือลองโปรเจกต์ใหม่ ๆ มันไม่ต้องใช้ความสัมพันธ์หลายเดือน แค่ลิงก์เดียวกับการกดยืนยันครั้งเดียวก็พอ

แอร์ดรอป (airdrop) ของจริงคือการแจกเหรียญฟรีที่โปรเจกต์บางแห่งใช้โปรโมตตัวเอง คนร้ายก็เลยทำ “แอร์ดรอปปลอม” ขึ้นมา โพสต์ในโซเชียล ส่งในกลุ่มแชต หรือซื้อโฆษณา พร้อมนาฬิกานับถอยหลังว่า “เหลืออีก 10 นาที” ลิงก์จะพาไปเว็บที่ชวนให้ “เชื่อมกระเป๋าเพื่อรับรางวัล”

ตรงนี้ต้องเข้าใจกลไกหนึ่งข้อ เวลาเว็บขออะไรจากกระเป๋า แอปกระเป๋าจะเด้งหน้าต่างให้เรา เซ็นยืนยัน คำขอบางแบบแทบไม่มีความเสี่ยง เช่นขอดูที่อยู่ แต่คำขอบางแบบเท่ากับการมอบกุญแจสำรองให้ไปเลย ปัญหาคือหน้าต่างทั้งสองแบบหน้าตาคล้ายกันมาก และคนส่วนใหญ่กดยืนยันโดยไม่อ่าน

FIG 04คำขอสองแบบที่หน้าตาคล้ายกัน แต่ผลต่างกันสุดขั้ว

บันทึกเป็นภาพ
สิ่งที่ต้องมองหาในหน้าต่างยืนยันคือคำว่า approve, permit, set approval for all หรือ unlimited ถ้าเว็บที่เราเพิ่งรู้จักขอสิทธิ์แบบนี้ ให้ปิดหน้าต่างทิ้งทันที
อ่านภาพนี้เป็นข้อความ
  1. เหยื่อล่อ: ลิงก์ “รับแอร์ดรอปฟรี” จากโพสต์ แชตกลุ่ม หรือโฆษณา พร้อมนับถอยหลังให้รีบกด
  2. คำขอแบบแรก ขอเชื่อมต่อ (connect): เว็บเห็นที่อยู่และยอดคงเหลือ แต่ไม่มีเงินขยับ ถึงอย่างนั้นก็ไม่ควรเชื่อมกับเว็บที่ไม่รู้จัก
  3. คำขอแบบที่สอง ขออนุมัติให้ใช้เหรียญ (approve) แบบไม่จำกัด: ยอมให้ที่อยู่ปลายทางดึงเหรียญชนิดนั้นออกจากกระเป๋าได้ไม่จำกัดจำนวนและเวลา ต้องหยุด
  4. ผลที่ตามมา: แม้ปิดเว็บไปแล้ว คนร้ายก็ใช้สิทธิ์ที่เราเซ็นให้ ดึงเหรียญออกได้เรื่อย ๆ
  5. ป้องกัน: อ่านคำขอทุกครั้ง ไม่เซ็นบนเว็บที่มาจากลิงก์ แยกกระเป๋าเก็บเงินกับกระเป๋าลองเล่น และถอนสิทธิ์ที่ไม่ใช้แล้ว ไม่เซ็นก็ไม่มีสิทธิ์ให้ดูด

เว็บประเภทนี้เรียกว่า ลิงก์ดูดเงิน (wallet drainer) มันไม่ได้แฮกกระเป๋าของเรา มันแค่ขอให้เราอนุญาตเอง เหมือนคนแปลกหน้าที่ยื่นกระดาษมาให้เซ็นรับของรางวัล แต่ตัวหนังสือเล็ก ๆ ด้านล่างเขียนว่า “ยินยอมให้ถอนเงินจากบัญชีได้ไม่จำกัด” การอนุมัติแบบนี้มีอยู่จริงในระบบเพราะบริการถูกกฎหมายก็ใช้ เช่นให้ตลาดแลกเหรียญหยิบเหรียญไปแลกได้ ความอันตรายจึงอยู่ที่ เราอนุญาตให้ใคร

ศัพท์น่ารู้: Approval และ Revoke
Approval คือสิทธิ์ที่เรามอบให้สัญญาอัจฉริยะ (smart contract) หรือที่อยู่อื่นดึงเหรียญบางชนิดของเราได้ สิทธิ์นี้อยู่ค้างบนบล็อกเชนจนกว่าเราจะยกเลิก Revoke คือการถอนสิทธิ์นั้นคืน กระเป๋าหลายแอปและเครื่องมือตรวจบล็อกเชน (block explorer) มีหน้าให้ดูว่าเราเคยอนุญาตอะไรไว้บ้าง ควรเข้าไปดูเป็นระยะ

ป้องกันได้ด้วยนิสัยไม่กี่ข้อ ข้อแรก ไม่เข้าเว็บคริปโตจากลิงก์ในแชตหรือโฆษณา ให้พิมพ์ที่อยู่เว็บเองหรือใช้บุ๊กมาร์กที่บันทึกไว้ ข้อสอง แยกกระเป๋า ใบหนึ่งเก็บเงินจริงและแทบไม่เคยเชื่อมกับเว็บใด อีกใบไว้ลองของใหม่และใส่เงินน้อย ๆ ข้อสาม อ่านทุกหน้าต่างก่อนเซ็น ถ้าอ่านไม่เข้าใจว่าขออะไร ให้ปฏิเสธไว้ก่อน ของฟรีที่ต้องรีบกดภายในสิบนาที แทบไม่เคยเป็นของฟรีจริง

สุดท้าย ถ้ามีใครส่งเหรียญหรือ NFT แปลก ๆ เข้ากระเป๋าเราโดยไม่ได้ขอ ซึ่งมักมีชื่อเป็นลิงก์เว็บให้ไป “เคลม” อย่าไปยุ่งกับมัน นั่นคือเหยื่อล่อแบบเดียวกัน แค่ส่งมาถึงหน้าบ้านเรา

06แชร์ลูกโซ่ พีระมิด และการปั่นราคา Ponzi, pyramid & pump-and-dump

ถ้าแอปปลอมคือการหลอกทีละคน แชร์ลูกโซ่คือการหลอกทีละหมู่บ้าน กลโกงนี้เก่ากว่าคริปโตเกือบร้อยปี ชื่อสากล Ponzi scheme มาจากชาร์ลส์ พอนซี (Charles Ponzi) ที่สหรัฐฯ ในช่วงทศวรรษ 1920 ซึ่งสัญญาผลตอบแทนสูงลิบ แล้วเอาเงินของนักลงทุนรายใหม่ไปจ่ายรายเก่า คนไทยรู้จักกันดีในชื่อ “แชร์ลูกโซ่” และคริปโตก็แค่ทำให้มันดูทันสมัยขึ้น

หลักการง่ายจนน่าตกใจ ไม่มีธุรกิจจริง ไม่มีกำไรจริง มีแต่ เงินที่ไหลจากคนมาทีหลังขึ้นไปหาคนมาก่อน รุ่นแรก ๆ ได้ “ปันผล” จริงจึงพูดปากต่อปากว่าได้เงินจริง ชวนคนมาเพิ่มอย่างจริงใจ ส่วนแบบ พีระมิด จะเน้นค่าตอบแทนจากการหาสมาชิกใหม่ ยิ่งชวนได้มาก ยิ่งได้มาก ทั้งสองแบบมีจุดจบเดียวกัน คือวันที่คนใหม่ไม่พอจะจ่ายคนเก่า วงก็แตก

FIG 05แชร์ลูกโซ่กับการปั่นแล้วเท: สองกลโกงที่คนวงในรวย คนมาทีหลังรับเคราะห์

บันทึกเป็นภาพ
ซ้าย: ลูกศรชี้ขึ้นทุกเส้น เพราะเงินไม่เคยไหลมาจากธุรกิจจริง มาจากคนชั้นล่างเสมอ ขวา: กราฟราคาเป็นภาพจำลองเพื่ออธิบายแนวคิด ไม่ใช่ราคาของเหรียญใดเหรียญหนึ่ง
อ่านภาพนี้เป็นข้อความ

แชร์ลูกโซ่ (ซ้าย): เงินไหลขึ้นจากชั้นล่างสู่ชั้นบน ไม่มีกำไรจริง

  • ผู้ตั้งวง: เก็บส่วนแบ่งจากทุกชั้น
  • รุ่นแรก: ได้ “ปันผล” จริง แต่จ่ายมาจากเงินของรุ่นหลัง
  • รุ่นกลาง: ต้องหาคนมาต่อ ถึงจะได้ผลตอบแทน
  • รุ่นสุดท้าย: ไม่มีใครมาต่อ วงแตก เงินหาย

ปั่นแล้วเท (ขวา): 1 คนวงในเก็บเหรียญเงียบ ๆ ตอนยังถูก 2 ปั่นกระแสในกลุ่มแชตและโซเชียลว่าดาวรุ่ง ขึ้นแน่ 3 คนวงในเทขายใส่คนที่แห่ตามมา 4 ราคาดิ่ง คนมาทีหลังติดดอย

แชร์ลูกโซ่คริปโตมักมาในคราบต่อไปนี้: “ฝากเหรียญไว้กับเรา รับผลตอบแทนคงที่ทุกวัน” “ซื้อแพ็กเกจเครื่องขุด แล้วรอรับปันผล” “เหรียญของบริษัทเราเอง ราคาขึ้นทุกเดือน แต่ขายได้เฉพาะในระบบของเรา” หรือ “ชวนเพื่อนมาครบห้าคนได้โบนัส” ตัวอย่างระดับโลกที่คนพูดถึงมากคือ OneCoin ซึ่งขายเหรียญที่อ้างว่าเป็นคริปโตผ่านเครือข่ายสมาชิกทั่วโลก ก่อนถูกดำเนินคดีในหลายประเทศ และผู้ก่อตั้งเคยถูก FBI ประกาศอยู่ในรายชื่อผู้ต้องหาที่ต้องการตัวมากที่สุด

การปั่นแล้วเท (pump-and-dump) ต่างออกไปนิด เหรียญอาจมีอยู่จริงและซื้อขายได้จริง แต่เป็นเหรียญเล็กที่ราคาขยับง่าย กลุ่มคนวงในจะเก็บเหรียญไว้ก่อนตอนราคาต่ำ จากนั้นปั่นกระแสในกลุ่มแชต โซเชียล หรือจ้างอินฟลูเอนเซอร์ว่า “เหรียญนี้กำลังจะพุ่งร้อยเท่า” พอคนแห่ซื้อจนราคาขึ้น คนวงในก็เทขายทำกำไร ราคาดิ่งลงภายในไม่กี่ชั่วโมง คนที่ซื้อตามกระแสเหลือแต่เหรียญที่แทบไม่มีค่า

ศัพท์น่ารู้: FOMO และ “ติดดอย”
FOMO (fear of missing out) คือความกลัวตกขบวน ความรู้สึกว่าทุกคนกำลังรวยยกเว้นเรา เป็นเชื้อเพลิงหลักของการปั่นราคา ติดดอย คือสำนวนนักลงทุนไทย หมายถึงซื้อไว้ตอนราคาสูงสุด แล้วราคาร่วงจนขายไม่ได้โดยไม่ขาดทุนหนัก

สัญญาณร่วมของทั้งสองแบบจำได้ไม่ยาก ผลตอบแทนสูงและคงที่ (ของจริงไม่มีใครรับประกันได้) เน้นชวนคนมากกว่าอธิบายว่าเงินงอกมาจากไหน เร่งให้ตัดสินใจเร็ว และ ถอนออกยากหรือขายได้แค่ในระบบปิด ถ้าถามว่า “กำไรมาจากไหน” แล้วคำตอบคือ “จากสมาชิกใหม่” หรือคำตอบวนไปวนมาไม่ชัด นั่นคือคำตอบที่เราต้องการแล้ว

07เบื้องหลังจอ: แก๊งข้ามชาติและคนที่ถูกบังคับ Scam compounds & forced labour

คนที่พิมพ์ข้อความหวาน ๆ มาหาเราทุกเช้า อาจไม่ได้เป็นคนร้ายตัวจริง หลายครั้งเขาคือ เหยื่ออีกคน ที่ถูกหลอกไปทำงานแล้วถูกขังไว้ในอาคารที่เรียกกันว่า “แหล่งสแกมเมอร์” หรือ scam compound บางแห่งเป็นนิคมขนาดใหญ่ มีหอพัก ร้านค้า และรั้วสูงพร้อมยาม ตั้งอยู่ในพื้นที่ชายแดนหรือเขตที่กฎหมายเข้าไม่ถึงในภูมิภาคของเรา

สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) เผยแพร่รายงานเมื่อเดือนสิงหาคม 2023 ระบุว่า จากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ น่าจะมีคน อย่างน้อย 120,000 คนในเมียนมา และ ราว 100,000 คนในกัมพูชา ที่อาจถูกบังคับให้ทำงานหลอกลวงออนไลน์ โดยมีรายงานในลาว ฟิลิปปินส์ และไทยด้วย ตัวเลขนี้เป็นการประมาณ เพราะการนับคนที่ถูกซ่อนไว้ทำได้ยากมาก

เส้นทางเข้าไปมักเริ่มจาก ประกาศรับสมัครงานที่ดีเกินจริง เงินเดือนสูง ไม่ต้องมีประสบการณ์ ขอแค่พิมพ์ภาษาไทย อังกฤษ หรือจีนได้ มีตั๋วเครื่องบินและที่พักให้ พอไปถึง หนังสือเดินทางถูกยึด ถูกบังคับให้หลอกคนตามเป้าที่ตั้งไว้ ใครทำไม่ถึงเป้าหรือขัดขืนก็อาจถูกทำร้าย ถูกขายต่อ หรือถูกเรียกค่าไถ่จากครอบครัว ต้นปี 2025 ข่าวนักแสดงชาวจีนหวัง ซิง (Wang Xing) ที่ถูกหลอกด้วยงานถ่ายละครปลอม ก่อนถูกพาข้ามไปฝั่งเมียนมาและได้รับการช่วยเหลือกลับมา ทำให้คนทั่วภูมิภาคหันมาสนใจปัญหานี้มากขึ้น ช่วงเดียวกันนั้น ไทยได้ตัดไฟฟ้า อินเทอร์เน็ต และน้ำมันที่ส่งไปยังพื้นที่ชายแดนเมียนมาบางจุดที่เชื่อมโยงกับแก๊ง

เรื่องนี้สำคัญกับนักเรียนนักศึกษาโดยตรง เพราะเป้าหมายของประกาศงานปลอมคือคนหนุ่มสาวที่อยากมีรายได้ งานที่ให้เงินสูงผิดปกติ ไม่สัมภาษณ์จริงจัง ให้เดินทางไปต่างประเทศทันที หรือบอกรายละเอียดงานไม่ชัด ควรเช็กกับกรมการจัดหางานหรือคนที่ไว้ใจก่อนเสมอ และถ้ามีคนรู้จักติดต่อกลับมาขอความช่วยเหลือจากที่แบบนั้น ให้แจ้งตำรวจหรือหน่วยงานรัฐทันที อย่าพยายามโอนค่าไถ่หรือเดินทางไปช่วยเอง

คดีนี้ชี้ให้เห็นภาพใหญ่สองข้อ ข้อแรก ข้อความที่เราได้รับไม่ใช่งานของมือสมัครเล่น แต่มาจากอุตสาหกรรมที่มีบทพูด มีเป้ายอด มีทีมทำแอปปลอม ข้อสอง แม้จะ “ย้อนรายการไม่ได้” แต่บล็อกเชนก็เป็นสมุดสาธารณะที่ไม่มีวันลืม เจ้าหน้าที่จึงตามรอยเงินได้ ถ้ามีหลักฐานตั้งต้นที่ดีพอ ซึ่งเริ่มจากเหยื่อที่กล้าแจ้งความ

08เช็กก่อนโอน: ตัวช่วยของคนไทย Licensed operators & red flags

ในไทย การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล เช่น ศูนย์ซื้อขาย นายหน้า หรือผู้ค้าคริปโต ต้องได้รับใบอนุญาตตามพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 โดยมีสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เป็นผู้กำกับดูแล การได้รับอนุญาตไม่ได้แปลว่าลงทุนแล้วจะไม่ขาดทุน แต่แปลว่ามีหน่วยงานคอยตรวจ มีกติกาเรื่องการดูแลเงินลูกค้า และมีที่ให้ร้องเรียนเมื่อมีปัญหา

วิธีเช็กทำได้ภายในสองนาที เข้าเว็บไซต์ของ ก.ล.ต. ที่ sec.or.th แล้วค้นรายชื่อผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับอนุญาต หรือใช้ SEC Check First ช่องทางตรวจรายชื่อของ ก.ล.ต. ถ้ายังสงสัย โทรถามศูนย์ช่วยเหลือ ก.ล.ต. ที่ 1207 ได้ สิ่งที่ต้องเทียบให้ตรงคือ ชื่อบริษัท ชื่อแอป และที่อยู่เว็บ เพราะแก๊งชอบตั้งชื่อเลียนแบบรายที่ได้รับอนุญาตจริง

นอกจากแพลตฟอร์มปลอม ยังมีแพลตฟอร์มต่างประเทศที่มีตัวตนจริงแต่ไม่ได้รับอนุญาตให้บริการคนไทย ปลายเดือนมิถุนายน 2025 ก.ล.ต. ได้ประสานให้ปิดกั้นการเข้าถึงแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตต่างประเทศ 5 ราย ได้แก่ Bybit, OKX, CoinEx, XT.COM และ 1000X ที่ให้บริการแก่คนไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต ถ้าเกิดปัญหากับรายที่ไม่ได้รับอนุญาต การเรียกร้องสิทธิ์ทำได้ยากกว่ามาก

ตารางนี้คือสัญญาณอันตรายที่ควรพิมพ์ติดไว้ข้างตู้เย็น หรือส่งเข้ากลุ่มไลน์ครอบครัว เจอข้อเดียวก็พอให้หยุดแล้ว

สัญญาณอันตรายของการหลอกลงทุนคริปโต
สัญญาณอันตรายทำไมถึงอันตราย
คนรู้จักทางออนไลน์ที่ไม่เคยเจอตัว เริ่มชวนลงทุนคือหัวใจของวงจรหลอกรักหลอกลงทุน ไม่ว่าคุยกันนานแค่ไหน
รับประกันกำไรสูง หรือกำไรคงที่ทุกวันการลงทุนจริงมีขึ้นมีลง ไม่มีใครรับประกันได้
ต้องจ่าย “ภาษี” หรือ “ค่าธรรมเนียม” ก่อนถึงจะถอนได้ระบบจริงหักจากยอดถอน ไม่สั่งให้โอนเงินใหม่เข้าไปก่อน แปลว่าเงินบนจอไม่มีจริง
ให้โอนเข้าบัญชีบุคคลธรรมดา หรือที่อยู่กระเป๋าที่ส่งมาทางแชตผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตรับเงินผ่านบัญชีในนามบริษัทเท่านั้น
ลิงก์ดาวน์โหลดแอปนอกร้านค้าทางการ หรือชื่อเว็บสะกดเพี้ยนแอปและเว็บปลอมทำให้สวยได้ง่าย ไม่มีใครตรวจ
ใครก็ตามขอวลีกู้คืนหรือกุญแจส่วนตัวคือการขอกระเป๋าทั้งใบ บริการจริงไม่เคยขอ
เร่งให้ตัดสินใจ “วันนี้เท่านั้น” หรือห้ามบอกครอบครัวแก๊งต้องการตัดเราออกจากคนที่จะช่วยเตือนสติ
ชวนเพื่อนมาเพิ่มแล้วได้โบนัสลักษณะของแชร์ลูกโซ่และธุรกิจพีระมิด

นิสัยที่ช่วยได้มากที่สุดไม่ใช่ความรู้เรื่องคริปโต แต่คือ การมีคนที่สองช่วยดู ก่อนโอนเงินก้อนใหญ่ทุกครั้ง เล่าให้พ่อแม่ พี่น้อง หรือเพื่อนสนิทฟังก่อน คนที่ไม่ได้อยู่ในความสัมพันธ์กับมิจฉาชีพจะมองเห็นสัญญาณได้ชัดกว่าเราเสมอ

10สรุปให้จำ Recap

ถ้าจำได้แค่หกข้อ ให้จำหกข้อนี้ แล้วส่งต่อให้คนในบ้าน โดยเฉพาะผู้ใหญ่ที่เพิ่งเริ่มใช้แอปลงทุน

  • วลีกู้คืนและกุญแจส่วนตัว ห้ามบอกใคร ใครขอคือคนร้าย ไม่มีข้อยกเว้น
  • คนรู้จักทางออนไลน์ชวนลงทุน = หยุด ไม่ว่าจะคุยกันมานานหรือสนิทแค่ไหน
  • เช็กใบอนุญาตกับ ก.ล.ต. ก่อนโอน เทียบชื่อบริษัท ชื่อแอป และที่อยู่เว็บให้ตรงกัน
  • จ่ายก่อนถึงจะถอนได้ = เงินนั้นไม่มีจริง หยุดจ่ายตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ
  • อ่านก่อนเซ็นทุกหน้าต่างในกระเป๋า เจอ approve แบบไม่จำกัดจากเว็บที่ไม่รู้จัก ให้ปฏิเสธ และแยกกระเป๋าเก็บเงินกับกระเป๋าลองเล่น
  • โดนแล้ว: หยุดจ่าย โทรธนาคารหรือ 1441 เก็บหลักฐาน แจ้งความ และอย่าจ่ายเงินให้ “ทีมกู้เงินคืน”

ลองทบทวนดู

เพื่อนในกลุ่มแชตบอกว่าเป็นแอดมินของแอปกระเป๋า และขอวลีกู้คืน 12 คำเพื่อ “ซ่อมบัญชี” ควรทำอย่างไร

ไม่ให้เด็ดขาด และออกจากบทสนทนา วลีกู้คืนคือกุญแจแม่ของกระเป๋า ใครได้ไปก็สร้างกระเป๋าเราขึ้นใหม่แล้วโอนเหรียญออกได้ทั้งหมด ไม่มีบริการจริงที่ไหนต้องรู้วลีนี้

แอปลงทุนแจ้งว่ากำไรของเราสูงมาก แต่ต้องโอน “ภาษีกำไร” เข้าไปก่อนถึงจะถอนได้ บอกอะไรเรา

บอกว่าเงินบนจอไม่มีอยู่จริง ระบบการเงินจริงหักภาษีหรือค่าธรรมเนียมจากยอดที่ถอน ไม่สั่งให้โอนเงินใหม่เข้าไปก่อน ให้หยุดจ่าย เก็บหลักฐาน และแจ้งธนาคารกับตำรวจ

หน้าต่างยืนยันในกระเป๋าแบบ “connect” กับ “approve unlimited” ต่างกันอย่างไร

Connect คือให้เว็บเห็นที่อยู่และยอดคงเหลือ ยังไม่มีเงินขยับ ส่วน approve แบบไม่จำกัดคือมอบสิทธิ์ให้ที่อยู่ปลายทางดึงเหรียญชนิดนั้นออกจากกระเป๋าเราได้เรื่อย ๆ จนกว่าเราจะถอนสิทธิ์ (revoke) ลิงก์ดูดเงินอาศัยคำขอแบบหลังนี้

ทำไมแชร์ลูกโซ่ถึงต้องพังในที่สุด แม้คนรุ่นแรกจะได้เงินจริง

เพราะไม่มีกำไรจากธุรกิจจริง เงินที่จ่ายรุ่นก่อนมาจากเงินของรุ่นหลังทั้งหมด วงจึงอยู่ได้ตราบที่มีคนใหม่เข้ามามากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อคนใหม่ไม่พอ วงก็แตก และคนที่มาทีหลังเสียเงิน

หลังโดนหลอก มีคนทักมาบอกว่าเป็นทีมกู้เงินคริปโต ตามเงินคืนได้ ขอค่าดำเนินการก่อน ควรทำอย่างไร

ไม่จ่าย นี่คือการหลอกซ้ำ (recovery scam) ที่เล็งเหยื่อเดิม หน่วยงานรัฐไม่เก็บเงินเพื่อตามเงินคืน และไม่มีใครย้อนรายการบนบล็อกเชนได้ ให้ติดตามเรื่องผ่านเลขรับแจ้งความกับตำรวจเท่านั้น